ตกแต่งอย่างไรให้ MiNiMAL ในยุค New Normal



มาทำความรู้จักกับ 10 ลักษณะของการตกแต่งภายใน concept “MiNiMAL” เพื่อให้สอดคล้องกับยุค New Normal แบบนี้กัน


ในยุค New Normal แบบนี้ หลายคน Work From Home กันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด Covid - 19 จึงมีการปรับปรุงการตกแต่งให้ดูสบายเพื่อการอยู่บ้านเพื่อพักผ่อนและทำงานได้สบายขึ้น Tanyarin เชื่อว่า แม้โรคระบาดจะผ่านพ้นไป กระแส Work From Home ก็ยังคงมีอยู่ หลายคนกลับเข้าทำงานที่ Office เช่นเดิม บ้างก็ให้พนักงานเข้า Office 3 วัน/สัปดาห์ ซึ่งเรียกกันว่าเป็นการทำงานแบบ Hybrid ดังนั้น Office ก็น่าจะมีปรับปรุง Designให้ Relax ขึ้นด้วย เพื่อให้สิ่งแวดล้อมในการทำงานยังคงคล้ายกับการทำงานที่บ้านเช่นเดิม นอกจากนี้ กระแสรักธรรมชาติและอยากใกล้ชิดธรรมชาติก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกวัน ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้แนวทางการตกแต่งจึงไม่พ้นแนว Minimalism ซึ่งไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่แต่อย่างใด ๆ แต่เพิ่มเติมในปี 2021 - 2022 คือ การต้องมี Detail แบบ Simply Luxury และความสมบูรณ์แบบที่ลงตัว ไม่ใช่ลดทอนจนขาดตกบกพร่องเหมือนงานไม่เสร็จนั่นเอง



10 ลักษณะเด่นของ LUXURY MiNiMAL ในยุค New Normal

  1. Less is MORE น้อยแต่มาก การตกแต่งแนวนี้ ไม่ต้องใส่อะไรมากมายจนเกินพอดี แม้รวมแล้วจะมีความกลมกล่อมเข้ากัน ควรลดทอนการตกแต่ง ได้แก่ จำนวนชิ้นเฟอร์นิเจอร์ ปริมาณของประดับตกแต่งบ้าน จำนวนเฉดสีและโทนสี ต้องไม่มากมายเช่นเดิม คงอยู่เท่าที่จำเป็นแต่กลับให้ความสวยงามที่ลงตัว

  2. บรรยากาศการตกแต่งจะต้องมีความละมุนตา

  3. มีความร่วมสมัย แม้เวลาผ่านไปกี่ปี ก็ยังคงสบายตาและสะดวกสบาย

  4. ต้องมีการแบ่งเป็นโซนอย่างชัดเจน เช่น โซนพักผ่อนสบายและเป็นที่ที่หลายคนสามารถมารวมตัวพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันได้ และโซนส่วนตัวในการทำงานหรือพักผ่อน เป็นต้น

  5. หากพื้นที่ในบ้านหรือ Office ไม่กว้างขวาง การแบ่งโซนตายตัวถาวรอาจจะลำบาก ดังนั้น ต้องสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่เหล่านั้นได้ตลอดเวลาโดยจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนรูปทรงได้สะดวก การมีแผงผนังกั้นเสียงที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างอิสระ เพื่อให้เกิดการใช้งานพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

  6. ไม่มีการระบุการใช้งานพื้นที่อย่างชัดเจน สามารถใช้พื้นที่นั้นเพื่ออรรถประโยชน์ได้หลากหลายแนว เช่น เป็นพื้นที่ทำงานก็ได้ เมื่อหมดเวลาทำงาน สามารถใช้พื้นที่นั้น เป็นพื้นที่ออกกำลังกายหรือสังสรรค์ก็ได้ ดังนั้น จึงไม่มีเฟอร์นิเจอร์ หรือของประดับตกแต่งบ้านมากเกินความจำเป็น เพราะสิ่งของที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นจะเป็นอุปสรรคในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยนั่นเอง

  7. การออกแบบโดยรวมต้องมีความเป็น Universal Design เพื่อรองรับการใช้พื้นที่จากทุกเพศ วัยและความสามารถทางกายภาพ

  8. เฟอร์นิเจอร์ ของประดับตกแต่งและผนังจะต้องมีความเป็นธรรมชาติหรือผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผู้อยู่อาศัยสามารถใกล้ชิดธรรมชาติได้ตลอดเวลา และทั้งหมดควรสร้างสรรค์จาก Handmade ในปัจจุบันนี้ผู้คนให้ความสนใจและเพิ่มคุณค่ากับใด ๆ ที่เป็นงานฝีมือมากขึ้นกว่าสิ่งของที่ผลิตจากโรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบสนองกลุ่มคนจำนวนมากในระดับกลางทั่วไป ไม่เหมือนกับงานฝีมือที่เลอค่าและโดนใจปัจเจกบุคคล การตกแต่งผนัง ก็มีการนำหินอ่อนบดละเอียดมาผสมกับสีที่เป็นโทนอุ่น (Warm Neutral Colour) เป็นไปได้ตั้งแต่โทนสี Off - White Tone ไปจนถึง Sand หรือสี Beige ไล่ไปจนถึง Brown (หรือหากชื่นชอบโทนสีอื่น ๆ ก็สามารถเป็นไปได้ทุกจินตนาการ เพียงแต่อย่าให้มีจำนวนเฉดสีมากจนเลอะเทอะ) แล้วนำไปฉาบบนผนังเลย ทำให้มีผิวสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ แบบไม่มีรอยต่อ ไม่หนักเพราะบางเพียง 3 มม. สามารถเข้ามุมและล้อรับกับพื้นที่โค้งได้ การฉาบ (Stucco / Armourcoat Plastering) แบบนี้ทำให้การออกแบบและความจริงตรงกันมากที่สุด เพราะสามารถเลือกเฉดสี ลักษณะ Texture และ Pattern ได้ตามใจ ซึ่ง Tanyarin สามารถฉาบได้ตอบโจทย์ทุกแนวได้อย่างสบาย ติดต่อได้โดยตรงเลยที่ www.TANYARIN.com โทร 099 286 0101 Official Line ID : @Tanyarin (ใส่เครื่องหมาย @ ด้วย) หรือ http://nav.cx/1SHlQon

  9. ต้องมีความเป็น Smart Living นั่นคือ การที่จะต้องมี AIOT (AI + IOT) ด้วย เพื่อให้สามารถดึงศักยภาพของเทคโนโลยีในการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลและเชื่อมต่อมาสร้างความสะดวกสบายและสร้าง Productivitiy ให้เกิดกับชีวิตส่วนตัวและงานได้

  10. เทคโนโลยีจะต้องก่อให้เกิด Zero Waste หรือใกล้เคียงและจะต้องลดการใช้พลังงานโดยใช้พลังงานจากธรรมชาติมาทดแทน


การตกแต่งแนว LUXURY MiNiMAL Interior Design นั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย และไม่มีการจำกัดโทนสี ดังนั้น ขอให้เลือกทุกอย่างให้โดนใจ ร่วมสมัยและมี Pattern เรียบง่ายเข้าไว้ จะได้ไม่เบื่อและมีความสุขทุกครั้งในการอยู่อาศัยและใช้สถานที่นั่นเอง


Cr.ภาพโดย Pinterest

63 views0 comments